สารบัญ
Toggleฟุตบอลโลกครั้งที่ 23 ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีเจ้าภาพร่วมถึง 3 ประเทศ (United 2026) มาพร้อมกับสโลแกน “We Are 26” โดยจะใช้สนามแข่งขันทั้งหมด 16 เมือง ดังนี้:
- สหรัฐอเมริกา: โดดเด่นด้วยสนามมาตรฐานระดับโลกถึง 11 แห่ง โดยนัดชิงชนะเลิศจะจัดขึ้นที่ MetLife Stadium รัฐนิวเจอร์ซีย์
- เม็กซิโก: ดินแดนแห่งความบ้าคลั่งฟุตบอล โดยสนาม Estadio Azteca จะสร้างประวัติศาสตร์เป็นสนามแห่งแรกของโลกที่จัดฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายถึง 3 สมัย
- แคนาดา: เจ้าภาพน้องใหม่ที่พร้อมโชว์ความทันสมัยของสนามแข่งขันในเมืองโตรอนโตและแวนคูเวอร์
จากการเพิ่มจำนวนทีมจาก 32 เป็น 48 ทีม FIFA มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ประเทศต่างๆ (โดยเฉพาะในโซนเอเชียและแอฟริกา) ได้เข้าร่วมมหกรรมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดมากขึ้น โดยมีการเปลี่ยนแปลงกติกาฟุตบอลในครั้งนี้ที่สำคัญดังนี้:
รอบแบ่งกลุ่ม
อัปเดตโปรแกรมบอลล่าสุด แบ่งเป็น 12 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม (จากเดิมที่มี 8 กลุ่ม)
รอบน็อกเอาต์ 32 ทีมสุดท้าย
นอกจากแชมป์และรองแชมป์กลุ่มแล้ว ยังมีอันดับ 3 ที่ดีที่สุดอีก 8 ทีมที่ได้สิทธิ์เข้ารอบน็อกเอาต์ ทำให้มีความมันส์เพิ่มขึ้นอีก 1 รอบ!
จำนวนแมตช์เพิ่มขึ้น
ยอดรวมการแข่งขันพุ่งจาก 64 นัด เป็น 104 นัด และขยายระยะเวลาจาก 29 วัน เป็น 39 วัน ให้แฟนบอลได้ชมกันอย่างจุใจ!
โปรแกรมบอลโลก 2026 เวลาไทย: ต้องตื่นเช้าหรือนอนดึก?
อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดของแฟนบอลชาวไทยในครั้งนี้คือ “เรื่องความต่างของเวลา” เนื่องจากเจ้าภาพอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่งเวลาช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 11-13 ชั่วโมง:
การแข่งขันจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน – 19 กรกฎาคม 2026 โดยคู่บิ๊กแมตช์ส่วนใหญ่จะเริ่มคิกออฟตามเวลาไทยในช่วง 03:00 น., 06:00 น. ไปจนถึง 09:00 น.
บอลโลกครั้งนี้ แฟนบอลไทยอาจจะไม่ต้อง “นอนดึก” เหมือนตอนดูบอลยุโรป แต่ต้องเปลี่ยนมาเป็น “ตื่นเช้ามืด” เพื่อส่งใจเชียร์ทีมรักแทน
คาดการณ์ว่าพิธีเปิดจะเริ่มประมาณ 06:00 – 07:00 น. ตามเวลาประเทศไทย และนัดแรกจะเริ่มเตะในเวลาประมาณ 08:00 น.
